วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ฮอบบิท( Hobbit)



 ฮอบบิท( Hobbit)

 




        ฮอบบิทเป็นชื่อเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งในจินตนิยายของ เจ. อาร์.อาร์.โทลคีนปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือเรื่องฮอบบิทและมีบทบาทสำคัญในเรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ฮอบบิทเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีขนาดเล็กกว่าและไม่ล่ำบึกบึนเหมือนอย่างคนแคระเนื่องจากฮอบบิทมีขนาดตัวราวครึ่งหนึ่งของมนุษย์จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าฮาล์ฟลิง(Halfling)พวกเอลฟ์เรียกเขาว่าเพเรียนนัธ(Periannath)แต่พวกฮอบบิทเรียกตัวเองว่าคูดุค(Kuduk)ส่วนคำว่าฮอบบิทนี้มีที่มาจากคำในภาษาโรเฮียริคว่าโฮลบีตลาน(Holbytlan)ซึ่งหมายถึงผู้ที่อยู่ในโพรง               



       นักอ่านบางคนเชื่อว่า โทลคีน นำคำว่า Human กับ Rabbit มาผสมกันอันที่จริงแล้วพวกฮอบบิทไม่ได้มีอยู่ในตำนานหากแต่โทลคีนจินตนาการขึ้นมาเมื่อตอนที่เขากำลังจะเขียนนิยายเรื่องฮอบบิท หลังจากนึกชื่อออกแล้วโทลคีนจึงสร้างเรื่องราวของฮอบบิทขึ้นและโทลคีนก็เป็นคนแรกที่บัญญัติศัพท์คำว่าฮอบบิทขึ้นมาโดยหมายความถึง สิ่งมีชีวิตนิสัยดีที่อยู่ในโพรงใต้ดินฮอบบิทมีภาษาพูดของตนเองเรียกว่า ภาษาฮอบบิติช เป็นภาษาในตระกูลเดียวกันกับภาษาโรเฮียริคเนื่องจากถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวฮอบบิทกับชาวโรเฮียริมอยู่ใกล้เคียงกัน



       ในบทนำของเรื่อง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ระบุว่า ฮอบบิทส่วนใหญ่มีความสูงประมาณ 2-4 ฟุต ความสูงเฉลี่ย 3 ฟุต 6 นิ้ว มีอายุเฉลี่ยราว 100 ปี(สูงสุดประมาณ 130 ปี)เท้าเป็นขนและเดินได้เงียบปลายหูแหลมอาศัยอยู่ในโพรงชอบการกินอาหารชอบการละเล่นและความสนุกสนานเป็นเผ่าพันธุ์ที่รักสงบอายุยืนกว่ามนุษย์ธรรมดา ถ้าฮอบบิทอายุได้ 33 ปี จะเทียบกับมนุษย์ได้ 21 ปี เมื่อนั้นจึงจะถือว่าฮอบบิทคนนั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว



         ฮอบบิทกินอาหารถึงวันละ 7 มื้อ ได้แก่ มื้อเช้า, มื้อหลังเช้า, มื้อ 11 โมง, มื้อเที่ยง, มื้อน้ำชา, มื้อเย็นและมื้อดึกทั้งนี้ไม่รวมของว่างเล็กๆน้อยๆที่ทานได้ตลอดทั้งวันฮอบบิททานอาหารได้ทุกประเภทแต่ที่โปรดปรานที่สุดคือ เห็ด ช็อคโกแล็ตและเหล้าเอล นอกจากนี้ฮอบบิทยังชอบทำขนมเค็กด้วยเผ่าพันธุ์ฮอบบิทเป็นผู้ชำนาญการด้านยาสูบดินแดนของพวกเขาเป็นแหล่งผลิตยาสูบมวนกระดาษสีดำชั้นดีที่สุดของมิดเดิลเอิร์ธและพวกฮอบบิทก็ชอบใช้กล้องสูบยาด้วย



    แต่เดิมชาวฮอบบิทอาศัยอยู่ในหุบเขาแถบลุ่มแม่น้ำอันดูอินระหว่างป่าใหญ่กรีนวู้ดกับเทือกเขามิสตี้พวกเขามีด้วยกันทั้งหมดสามชนชาติ คือพวก ฮาร์ฟุต, สตัวร์และฟอลโลไฮด์พวกฮาร์ฟุตเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดและมีลักษณะโดยทั่วไปเหมือนอย่างฮอบบิทที่บรรยายไว้ในหนังสือของโทลคีนพวกเขาชอบอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดินหรือที่เรียกว่าสไมอัลด์ตั้งถิ่นฐานอยู่บนไหล่เขาของฮิธายเกลียร์ต่อมาคือพวกสตัวร์ซึ่งมีจำนวนรองลงมาพวกเขาชอบอาศัยอยู่ริมแม่น้ำนิยมการแล่นเรือและจับปลาตั้งถิ่นฐานอยู่แถบทุ่งแกลดเดนส่วนพวกฟอลโลไฮด์นั้นมีจำนวนน้อยที่สุดว่ากันว่าฮอบบิทกลุ่มนี้มีรูปร่างสูงกว่ากลุ่มอื่นๆชอบอาศัยอยู่บนต้นไม้และรักการผจญภัยมักเป็นผู้นำอยู่ในชุมชนเสมอเช่นพวกตระกูลตุ๊กและตระกูลแบรนดี้บั๊กก็มีสายเลือดของพวกฟอลโลไฮด์



        ในปีที่ 1601 ของยุคที่สามฮอบบิทชาวฟอลโลไฮด์สองคนชื่อว่ามาร์โคและบลังโคได้รับพระราชานุญาตจากกษัตริย์แห่งอาร์นอร์เดินทางข้ามแม่น้ำบารันดูอินไปตั้งถิ่นฐานอยู่บนอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเป็นอาณาจักรของชาวฮอบบิทเองชื่อว่าไชร์โดยอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรอาร์นอร์ฮอบบิทจำนวนมากได้อพยพตามพวกเขาไปนอกจากนี้ยังมีส่วนหนึ่งที่ลงหลักปักฐานที่เมืองบรีนับเป็นเมืองสำคัญของพวกฮอบบิทอีกเมืองหนึ่ง



       ในการสงครามระหว่างอาณาจักรอาร์นอร์กับอังก์มาร์ฮอบบิทได้ส่งพลธนูไปช่วยศึกด้วยหลังจากอาณาจักรอาร์นอร์สิ้นสลายพวกฮอบบิทก็เลือกผู้นำของตนขึ้นมาเองเรียกว่า 'เธน' เธนคนแรกของไชร์คือบัคคาต้นตระกูลโอลด์บั๊กภายหลังตระกูลโอลด์บั๊กอพยพข้ามแม่น้ำแบรนดี้ไวน์(บารันดูอิน)กลับไปทางตะวันออกตั้งดินแดนของตนขึ้นใหม่ในเขตบั๊กแลนด์และเปลี่ยนชื่อตระกูลเป็นแบรนดี้บั๊กผู้นำตระกูลเรียกว่าประมุขแห่งบั๊กแลนด์ชาวฮอบบิทแห่งไชร์จึงเลือกตระกูล'เธน'ขึ้นมาใหม่ได้แก่ตระกูลตุ๊ก(เปเรกรินตุ๊กก็เป็นบุตรของเธนแห่งไชร์ในภายหลังเขาได้ขึ้นเป็นเธนแห่งไชร์ด้วย)เธนมีหน้าที่ด้านการทหารการป้องกันและปราบปรามความรุนแรงซึ่งไม่ค่อยมีงานให้ทำมากนักในอาณาจักรไชร์ของฮอบบิทผู้รักสงบหน้าที่ส่วนใหญ่ในไชร์ตกเป็นของนายกเทศมนตรีซึ่งจะมีการเลือกตั้งทุกๆ7ปีอันได้แก่ การจัดการเฉลิมฉลองพืชผัก การไปรษณีย์ (พวกฮอบบิทชอบเขียนจดหมายมาก) และเป็นประธานในงานรื่นเริงต่างๆ เป็นต้น

โดย Hobbit ได้ปรากฎตัวในภาพยนต์เรื่อง

The Hobbit 
 






 The lord of the rings





วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ลาเมีย (Lamia)

ลาเมีย (Lamia)

 

         จากตำนานของกรีกโบราณเล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีลามิอาหรือลาเมียนั้นคือเจ้าหญิงที่ได้มาพบรักกับมหาเทพซีอุส แต่อย่างที่ทราบกันว่ามหาเทพซีอุสนั่นมีพระมเหสีอยู่แล้ว นามว่าจูโน ซึ่งจูโนเป็นคนที่ขี้หึงและเจ้าอารมณ์เป็นอย่างมาก นางมักจะคอยสาปและทำร้ายเหล่าหญิงสาวที่มาหลงรักพระสวามีของตนเองอยู่เสมอ ซึ่งลามิอาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน โดยจูโนได้สาปให้ลามิอากลายเป็นอสูรกายแล้วสั่งให้ลามิอาฆ่าลูก ๆ ของนางเอง แต่เท่านั้นยังไม่สาสมแก่ใจ จูโนจึงยังจับลามิอามาถ่างตาจนตาของลามิอาไม่สามารถปิดลงได้ ทำให้ลามิอานั้นไม่สามารถนอนหลับได้ตลอดกาลและยังทรมานต่อด้วยการทำให้ลามิอาเห็นภาพที่ฆ่าลูกๆของนางเอง เทพเจ้าซีอุสนึกสงสารจึงมอบพลังให้แก่ลามิอาเพื่อที่จะให้หลุดพ้นจากภาพอันน่าสยดสยองที่นางฆ่าลูกของตนเอง ทำให้นางสามารถควักในตาตนเองทิ้งไปได้ และ สิ่งเดียวที่พอจะช่วยเยียวยาจิตใจนางได้ก็คือการขโมยลูก ๆ ของคนอื่น
             จากตำนานของโรมันกล่าวว่าลาเมียเคยเป็นผู้หญิงธรรมดามาก่อนและได้พบรักกับเทพซูส แต่เธอถูกสาปให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดด้วยฝีมือของฮีรา ภรรยาของซูสผู้ที่อิจฉาริษยาหญิงสาวคนใดก็ตามที่อยู่ใกล้พระสวามีของตน ลาเมียในร่างสัตว์ประหลาดนั้นจะมีศีรษะเป็นผู้หญิงและมีร่างกายเป็นงู นอกจากฮีราจะสาปลาเมียแล้ว นางยังได้ฆ่ายังฆ่าลูก ๆ ของลาเมียด้วย ลาเมียจึงได้ออกฆ่าเด็กเพื่อเป็นการล้างแค้น
 

โดย Lamia ได้ปรากฎตัวในภาพยนต์และอนิเมชั่นเรื่อง


Clash of the titans




Monster musume no iru nichijou


 

โทรลล์ (Troll)

โทรลล์ (Troll)

 



       จากตำนานดั้งเดิมของชาวสแกนดิเนเวียนกล่าวไว้ว่า  โทรลล์ นั้นคือ อสูรกายตัวขนาดมหึมา รูปร่างใหญ่โตและสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า โทรลล์นั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์คือมีแขน ขา และยืนด้วยสองเท้าเหมือนกับมนุษย์ แต่มีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวแบบสัตว์ประหลาดของชาวตะวันตก ทั้งยังมีนิสัยดุร้ายและเหี้ยมโหด พวกโทรลล์มักจะมีถิ่นอาศัยและอาณาเขตของตนเองที่แน่นอน บางตำนานกล่าวว่า โทลล์จะสร้างปราสาทของพวกมันอยู่ใน ถ้ำใต้ดินขนาดใหญ่ พวกโทรลล์จะออกลาดตระเวนรอบๆอาณาเขตของตนเองเพื่อความปลอดภัย โทรลล์นั้นจะออกหาอาหาร รวมทั้งออกอาละวาดไล่ฆ่า ทำลายสิ่งต่างๆในเวลากลางคืนเท่านั้น เพราะร่างกายของโทรลล์ไม่สามารถทนต่อแสงอาทิตย์ได้ และเมื่อต้องพบเจอกลับแสงแดดร่างกายของพวกมันจะถูกแผดเผาและกลายเป็นหินไปในที่สุด


โดย Troll ได้ปรากฎตัวในภาพยนต์เรื่อง

Harry Potter and the Philosopher's Stone
 


 The Hobbit









 

เซนทอร์ (Centaur)

เซนทอร์ (Centaur)

 

เซนทอร์(Centaur)เป็นสัตว์ในตำนานของทางกรีก-โรมันและอยู่ในนิยายแนวแฟนตาซีบางเรื่องรูปร่างของเซนทอร์จะมีท่อนบนเป็นคน(ตั้งแต่หัวลงมาจนถึงเอว)และท่อนล่างเป็นม้า(ตั้งแต่ช่วงเอวลงไป)เซ็นทอร์มีทั้งเพศชายและหญิงแต่โดยส่วนมากเซนทอร์จะเป็นเพศชายส่วนเซนทอร์เพศหญิงนั้นจะไม่ค่อยปรากฎออกมาในนิยายสักเท่าไหร่ส่วนมากเซ็นทอร์เพศหญิงจะปรากฎออกมาในงานศิลปะมากกว่าโดยมีชื่อเรียกว่า   เซนทอเรส

            เชื่อกันว่าเซนทอร์คือสิ่งที่แสดงถึงความเป็นมนุษย์ และ พลังแห่งธรรมชาตินอกจากนี้สมัยก่อนช่วงอารยธรรมกรีกพวกอินเดียนแดงบางเผ่าก็ได้ใช้สัญลักษณ์ประจำเผ่าเป็นลักษณะของครึ่งคนครึ่งม้าซึ่งยุคแรกๆเซนทอร์จะมีชื่อเรียกว่าฮิปโปเซนทอร์”(Hippocentaurs)หรือปีศาจจำพวกหนึ่งที่มีร่างเป็นมนุษย์โดย ฮิปโปเซนทอร์ได้มอบเครื่องรางที่มีรูปร่างเป็นคนแต่ครึ่งล่างเป็นม้าให้แก่พวกอินเดียแดงหลังจากนั้นต่อมาเครื่องรางชนิดนี้ก็ได้เข้ามาสู่พิธีกรรมเกี่ยวกับการเกษตรกรรมของชาวยุโรปในเวลาต่อมาและ ยังมีความเชื่ออีกว่าเซนทอร์เป็นสัญลักษณ์ของเผ่านักรบที่น่าเกรงขาม อีกด้วย

               อุปนิสัยของเซนทอร์ เซนทอร์ชอบอาศัยอยู่ในป่า และชอบการดื่มสุรามาก แต่นั่นก็เป็นจุดอ่อนของเซนทอร์อีกเช่นกันเพราะเมื่อเซนทอร์ดื่มสุราก็จะเมาไม่รู้เรื่องเวลาที่เซนทอร์จะไปไหนก็ไปเป็นกลุ่มและมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงเมื่อถึงเวลาผสมพันธุ์ก็จะใช้วิธีที่รุนแรงกับเพศหญิง(บางตำราว่าอาจถึงตาย)ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันในกลุ่มเซนทอร์ ชนชาติกรีกมีความชื่นชอบม้ามากเซนทอร์เองจึงมีบทบาทหลายต่อหลายครั้งในตำนานเทพของกรีกนอกจากนี้เซนทอร์ก็ยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

                1.ตระกูลอิคซอนที่เกิดจากอิคซอน(Ixion ) อันธพาลแห่งสวรรค์ที่โด่งดังจะเป็นพวกที่ดูป่าเถื่อนไร้การศึกษาโหดร้ายชอบใช้ความรุนแรง พละกำลังมาก ชอบดื่มไวน์และชอบไล่คว้าผู้หญิง

                2.ตระกูลที่โครโนสเกิดจากนางฟีลีร่า(Philyra) กับ เทพโครโนส(Cronos)(เทพแห่งความตายและเป็นบิดาของมหาเทพซุสด้วยซึ่งเทพโครโนสนี้ก็เป็นอดีตมหาเทพที่ถูกลูกของตัวเองก็คือเทพซุสโค่นอำนาจลง)

            ตระกูลโครนัสต่างกับตระกูลอิคซอนตรงที่ตระกูลโครนัสเป็นเซนทอร์แสนดีมีลูกชื่อไครอนซึ่งเป็นผู้คงแก่เรียนมีความสุขุมรอบคอบจนได้รับเลือกให้เป็นอาจารย์ของเหล่าวีรบุรุษหลายคนในตำนานกรีกเช่นอคิลลีส,เฮอร์คิวลีส,และบรรดาลูกศิษย์ของเขาก็ประพฤติตัวตามแบบครูบาอาจารย์ได้เป็นอย่างดีไครอนมีความสามารถในหลายด้านทั้งวิชาด้านดนตรี, เภสัชกรรมวิทยาหรือการปรุงยารักษาโรคและการยิงธนูไครอนจึงเป็นที่นับถือของชาวกรีกโบราณเป็นจำนวนมากและเขายังเป็นผู้สอนให้มนุษย์นำพืชสมุนไพรมาใช้เป็นยารักษาโรคอีกด้วยซึ่งไครอนได้เสียชีวิตลงเพราะโดนธนูอาบยาพิษของเฮอร์คิวลิสยิงเข้าเพราะในขณะนั้นเฮอคิวลิสกำลังเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจอยู่ก็ได้มีเรื่องปะทะกับฝูงพวกเซนทอร์โดยเรื่องมีอยู่ว่าเฮอคิวลีสเข้าใจว่าเซนทอร์ที่ชื่อว่า เนซซัส(Nessus) กำลังฉุดผู้หญิงอยู่โดยหารู้ไม่ว่าเป็นธรรมเนียมของชาวเซนทอร์ซึ่งเวลาร่วมเพศจะชอบใช้ความรุนแรงกับเซนทอร์เพศหญิงก็เลยมีการต่อสู้เกิดขึ้นเมื่อถูกพวกเซนทอร์อารมณ์ร้ายรุมมากๆเฮอคิวลีสก็ได้ใช้ลูกธนูที่อาบด้วยเลือดของไฮดร้ายิงใส่ฝูงเซนทอร์แต่มีลูกธนูดอกหนึ่งพลาดไปถูกไครอนเข้าซึ่งไครอนที่เคยเป็นอาจารย์ของเฮอร์คิวลีสมาก่อนนั้นได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจากพิษของไฮดร้าที่เคลือบอยู่ปลายลูกธนูแต่ก็ไม่สามารถจะพ้นทุกข์ด้วยความตายได้เพราะเขาเองก็เป็นบุตรแห่งเทพจึงมีความสถานะเป็นอมตะด้วยแม้เฮอคิวลีสจะรู้สึกผิดแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรอาจารย์ของตนเองได้เมื่อความเจ็บปวดทวีขึ้นเรื่อยๆจนไครอนเริ่มจะทนไม่ไหวไครอนจึงขอให้เทพซุส ประทานความตายให้แก่ตนจากนั้นไครอนก็ได้กลายเป็นกลุ่มดาวรูปเซนทอร์ซึ่งมีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งม้ากำลังถือคันธนูซึ่งเรียกว่า กลุ่มดาวราศีธนู หรือ ซาจิเทเรียส (Sagitarius)

โดย Centaur ได้ปรากฎตัวในภาพยนต์เรื่อง


 percy jackson & the olympians the lightning thief
 


 Nania